หวอ..ออ วี๊ดดด... หวู๊ ดด..ดด เสียงไซเลนดังมาแต่ไกล มีเรื่องแน่แล้ว อุบัติเหตุรึ..
ลูกผู้ชายสัญชาติไทย อย่างเรา ต้องไปสืบสาวเราเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น (มุง นั่นแหละ) ยังไม่ทันเก้าออกบ้าน เห็นกลุ่มควันโขมง ลองขึ้นสู่ท้องฟ้า อย่างช้าๆ ไฟใหม้้..มม..ม. ไฟใหม้้..มม..ม.!!!!!!!!!!!
แฟนทิ้งสิบครั้ง ยังไม่เท่าไฟใหม้บ้านครั้งเดียว (ที่ใช้แฟนเพราะถ้าเป็นเมีย ต้องแบ่งทรัพย์สินกัน เสียหายมากกว่า)
คำโบราณท่านว่าไว้ ดูเหมือนว่าจะเป็นความจริงทีเดียว (ที่จริงเขาใช้โจรปล้น แต่เห็นว่าเสียหายพอๆกะแฟนทิ้งนั่นแหละ)
ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน อย่าทำตัว แบบวัวหายล้อมคอก (เฮ้ยวันนี้ สุภาษิต คำพังเพยมาเพียบเลย)
วิธีป้องกันอัคคีภัยหรือไฟใหม้นั้นมีหลากหลายวิธี เริ่มจากสาเหตุที่เราๆเคยได้ยิน รับฟังมากที่สุด คือ ไฟฟ้าลัดวงจร
วิธีง่ายๆในการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรคือ
1. ตรวจเช็คสายไฟ ภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเห็นว่า ผุ กร่อน เปลี่ยนสี หรือชำรุด ให้จัดการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีให้หมด ไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ 22 โวลต์ ถ้าไม่มีความรู้ความชำนาญดีพอ แนะนำให้ตามช่างดีกว่า อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลย ไม่คุ้ม
2. สังเกตุ อาการของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ในบ้านว่ามันยังใช้งานได้ตามปกติเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆหรือไม่ เวลาแตะมันดูดรึปล่าว เวลาใช้งานมีกลิ่นเห็นใหม้หรือปล่าว สายไฟโดนหนูแทะหรือปล่าว (น่าแปลกที่ทำไมหนูชอบแทะสายไฟ แล้วไฟไม่ดูดปากหนูมั่งหรือ ปริศนานี้ยังคงคาใจเราต่อไป ใครมีข้อมูลหลักฐาน มาแสดง จักเป็นพระคุณ) ถ้าผิดปกติส่งเคลม หรือซ่อมด่วน อย่างเก็บไว้เฉยๆหรืออย่างน้อยหากระดาษมาเขียนแปะใว้ให้ชัดเจนว่า "เสีย" เพื่อป้องกันคนอื่นเอาไปใช้
3. ติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟ เด๊ดที่วัด ตัดหลังตาย เตือนก่อนไฟมอด อันนี้ไม่น่าใช้ เลือกใช้ยี่ห้อที่มีมาตรฐาน และไม่ราคาถูกหรือสูงเวอร์เกินไป ถ้ามีประกันอัคคีภัยให้ด้วย จะยิ่งดี
สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เกิดไฟใหม้บ่อยๆคือ จุดเทียน ตะเกียง ธูป เตาแก๊ส เตาถ่าน ก่อไฟแค้มปิ้ง ทิ้งไว้ ฉะนั้นเมื่อเลิกใช้งานแล้ว ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าเราดับไฟสนิทแล้วแล้ว ปิดแกีสแล้ว
เหตุการณ์ไฟใหม้ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเกือบทุกครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตอนเจ้าของไม่อยู่บ้าน กว่าเพื่อนบ้าน หรือคนอื่นมาพบ เพลิงก็ลุกลามใหญ่โตยากที่จะดับได้แล้ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ได้แต่ควบคุมเพลิงใม่ให้ลุกลามทำความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้าเราอยู่บ้านล่ะ เราจะดับอย่างไร???
1. เป่าให้ดับ วิธีนี้ใช้ได้กับเฉพาะเทียน หรือตะเกียงเท่านั้น ห้ามไปเป่ากองไฟที่กำลังลุกใหม้โดยมีเชื้อเพลิงเด็ดขาด เพราะจะยิ่งไปเพิ่มออกซิเจน ทำปฏิกิริยาเผาใหม้ กับเชื้อเพลิงมากขึ้น เพลิงก็จะยิ่งลุกมากขึ้น สังเกตุตอนเราก่อไฟ ไฟติดแล้วแต่ไม่แรง เราก็จะเอาพัดมาพัดมัน มันก็จะติดเร็วยิ่งขึ้น
2. น้ำ อันนี้น่าจะมีอยู่ทุกบ้าน ถ้าเราเห็นต้นเพลิงกำลังเริ่มลุก เราก็ไปตวง หรือตักน้ำมา แล้วสาดเข้าไป ถ้าน้ำมากพอ ไฟก็จะดับ ถ้า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ( มาอีกแระ) เป็นธรรมดา แต่เราสามารถใช้น้ำได้เฉพาะเพลิงบางประเภทเท่านั้น คือ เพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก ยาง เป็นต้น ถ้าเป็นเชื้อเพลิงอื่น ก็ไม่สมควรใช้น้ำดับ เพราะสาดไปมันก็ไม่ดับ เช่น ไฟที่ลุกอยู่กับน้ำมัน สาดน้ำเข้าไป น้ำมันและไฟก็จะลุกใหม้ลอยอยู่บนผิวน้ำ อยู่ดี หรือ แก๊ส ก็เหมือนกัน มันไม่ดับ และอีกอย่างที่อาจทำให้ผู้ที่กำลังจะดับไฟ ดับชีวิตได้ คือ สาดน้ำเข้าไปดับไฟ ที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะน้ำเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าได้
3. เครื่องดับเพลิง หรือ ถังดับเพลิง ที่เราๆท่านๆรู้จักกันนี่แหละ วิธีใช้ก็ไม่มีอะไรมาก ยืนเหนือลม ดึงสลัดออก ชี้สายไปที่ฐานของเพลิง บีบด้ามจับ ฉีดสารเคมีเข้าไปดับเพลิง เวลาบีบให้บีบจนสารหมดรวดเดียวเลย ไม่ควรบีบ ปี๊ดด ปี๊ดดด ...เพราะจะทำให้แรงดันตก และหมดก่อนที่สารเคมีในถังจะหมด
4. เบอร์โทร ศูนย์ดับเพลิงท้องถิ่นของท่าน หรือคิดอะไรไม่ออกก็ 191 เหตุด่วนเหตุร้าย ไว้ก่อน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาวิทยุบอกกันเอง ควรตั้งสติให้ดี บอกรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้มาที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและถูกที่
เดี๋ยวพบกันครั้งหน้า จะคุยเรื่องถังดับเพลิงกันน๊ะครับ เพราะมีหลายประเภท หลายขนาด ให้เลือกใช้กันครับ