วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ไฟใหม้้..มม..ม. ไฟใหม้้..มม..ม.!!!!!!!!!!!

หวอ..ออ  วี๊ดดด... หวู๊ ดด..ดด เสียงไซเลนดังมาแต่ไกล มีเรื่องแน่แล้ว อุบัติเหตุรึ..

ลูกผู้ชายสัญชาติไทย อย่างเรา ต้องไปสืบสาวเราเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น (มุง นั่นแหละ) ยังไม่ทันเก้าออกบ้าน เห็นกลุ่มควันโขมง ลองขึ้นสู่ท้องฟ้า อย่างช้าๆ  ไฟใหม้้..มม..ม. ไฟใหม้้..มม..ม.!!!!!!!!!!!

แฟนทิ้งสิบครั้ง ยังไม่เท่าไฟใหม้บ้านครั้งเดียว (ที่ใช้แฟนเพราะถ้าเป็นเมีย ต้องแบ่งทรัพย์สินกัน เสียหายมากกว่า)

คำโบราณท่านว่าไว้ ดูเหมือนว่าจะเป็นความจริงทีเดียว (ที่จริงเขาใช้โจรปล้น แต่เห็นว่าเสียหายพอๆกะแฟนทิ้งนั่นแหละ)

ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน อย่าทำตัว แบบวัวหายล้อมคอก (เฮ้ยวันนี้ สุภาษิต คำพังเพยมาเพียบเลย)

วิธีป้องกันอัคคีภัยหรือไฟใหม้นั้นมีหลากหลายวิธี เริ่มจากสาเหตุที่เราๆเคยได้ยิน รับฟังมากที่สุด คือ ไฟฟ้าลัดวงจร 

วิธีง่ายๆในการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรคือ

1. ตรวจเช็คสายไฟ ภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเห็นว่า ผุ กร่อน เปลี่ยนสี หรือชำรุด ให้จัดการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีให้หมด ไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้าน เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ 22 โวลต์ ถ้าไม่มีความรู้ความชำนาญดีพอ แนะนำให้ตามช่างดีกว่า อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลย ไม่คุ้ม

2. สังเกตุ อาการของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ในบ้านว่ามันยังใช้งานได้ตามปกติเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆหรือไม่ เวลาแตะมันดูดรึปล่าว เวลาใช้งานมีกลิ่นเห็นใหม้หรือปล่าว สายไฟโดนหนูแทะหรือปล่าว (น่าแปลกที่ทำไมหนูชอบแทะสายไฟ แล้วไฟไม่ดูดปากหนูมั่งหรือ ปริศนานี้ยังคงคาใจเราต่อไป ใครมีข้อมูลหลักฐาน มาแสดง จักเป็นพระคุณ) ถ้าผิดปกติส่งเคลม หรือซ่อมด่วน อย่างเก็บไว้เฉยๆหรืออย่างน้อยหากระดาษมาเขียนแปะใว้ให้ชัดเจนว่า "เสีย" เพื่อป้องกันคนอื่นเอาไปใช้ 

3. ติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟ เด๊ดที่วัด  ตัดหลังตาย เตือนก่อนไฟมอด  อันนี้ไม่น่าใช้   เลือกใช้ยี่ห้อที่มีมาตรฐาน และไม่ราคาถูกหรือสูงเวอร์เกินไป ถ้ามีประกันอัคคีภัยให้ด้วย จะยิ่งดี

สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เกิดไฟใหม้บ่อยๆคือ  จุดเทียน ตะเกียง ธูป เตาแก๊ส เตาถ่าน ก่อไฟแค้มปิ้ง  ทิ้งไว้ ฉะนั้นเมื่อเลิกใช้งานแล้ว ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าเราดับไฟสนิทแล้วแล้ว ปิดแกีสแล้ว

เหตุการณ์ไฟใหม้ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเกือบทุกครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตอนเจ้าของไม่อยู่บ้าน กว่าเพื่อนบ้าน หรือคนอื่นมาพบ เพลิงก็ลุกลามใหญ่โตยากที่จะดับได้แล้ว  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ได้แต่ควบคุมเพลิงใม่ให้ลุกลามทำความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

แต่ถ้าเราอยู่บ้านล่ะ เราจะดับอย่างไร???

1. เป่าให้ดับ วิธีนี้ใช้ได้กับเฉพาะเทียน หรือตะเกียงเท่านั้น ห้ามไปเป่ากองไฟที่กำลังลุกใหม้โดยมีเชื้อเพลิงเด็ดขาด เพราะจะยิ่งไปเพิ่มออกซิเจน ทำปฏิกิริยาเผาใหม้ กับเชื้อเพลิงมากขึ้น เพลิงก็จะยิ่งลุกมากขึ้น สังเกตุตอนเราก่อไฟ ไฟติดแล้วแต่ไม่แรง เราก็จะเอาพัดมาพัดมัน มันก็จะติดเร็วยิ่งขึ้น

2. น้ำ อันนี้น่าจะมีอยู่ทุกบ้าน ถ้าเราเห็นต้นเพลิงกำลังเริ่มลุก เราก็ไปตวง หรือตักน้ำมา แล้วสาดเข้าไป ถ้าน้ำมากพอ ไฟก็จะดับ ถ้า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ( มาอีกแระ) เป็นธรรมดา แต่เราสามารถใช้น้ำได้เฉพาะเพลิงบางประเภทเท่านั้น คือ เพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ พลาสติก ยาง เป็นต้น ถ้าเป็นเชื้อเพลิงอื่น ก็ไม่สมควรใช้น้ำดับ เพราะสาดไปมันก็ไม่ดับ เช่น ไฟที่ลุกอยู่กับน้ำมัน สาดน้ำเข้าไป  น้ำมันและไฟก็จะลุกใหม้ลอยอยู่บนผิวน้ำ อยู่ดี หรือ แก๊ส ก็เหมือนกัน มันไม่ดับ และอีกอย่างที่อาจทำให้ผู้ที่กำลังจะดับไฟ ดับชีวิตได้ คือ สาดน้ำเข้าไปดับไฟ ที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะน้ำเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าได้

3. เครื่องดับเพลิง หรือ ถังดับเพลิง ที่เราๆท่านๆรู้จักกันนี่แหละ วิธีใช้ก็ไม่มีอะไรมาก ยืนเหนือลม ดึงสลัดออก ชี้สายไปที่ฐานของเพลิง บีบด้ามจับ ฉีดสารเคมีเข้าไปดับเพลิง เวลาบีบให้บีบจนสารหมดรวดเดียวเลย   ไม่ควรบีบ ปี๊ดด ปี๊ดดด ...เพราะจะทำให้แรงดันตก และหมดก่อนที่สารเคมีในถังจะหมด

4. เบอร์โทร ศูนย์ดับเพลิงท้องถิ่นของท่าน หรือคิดอะไรไม่ออกก็ 191 เหตุด่วนเหตุร้าย ไว้ก่อน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาวิทยุบอกกันเอง ควรตั้งสติให้ดี บอกรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้มาที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและถูกที่

เดี๋ยวพบกันครั้งหน้า จะคุยเรื่องถังดับเพลิงกันน๊ะครับ  เพราะมีหลายประเภท หลายขนาด ให้เลือกใช้กันครับ


วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เอาปากาเคมี เขียนไวท์บอร์ด ลบไม่ออก ทำไง???

วันนี้จะมาโชว์ความโง่สมัยก่อน (เดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นแล้ว)
ไอ่เรามันคนขี้ลืม (ที่จริงกะไม่ลืมหรอก แต่พอมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่าผ่านเข้ามาในสมอง เลยจำไม่ได้) เลยต้องมีการเขียนการจดบันทึกเกิดขึ้น แล้วบางทีมีคนโทรมา (หมาคงไม่โทร)เราก็จะรื้อหา กระดาษปากกามาจดไว้ ซึ่งเวลานั้นมันจะหายากมาก พอๆกะงมเข็มในมหาสมุทร ไอ่ที่เจอมันก็ไม่ค่อยจะติด ไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน เลยตัดใจซื้อไวท์บอร์ด มาแผ่นนึง มันแถมปากกา และ แปลงสำหรับลบมาให้ด้วย สะดวกขึ้นเป็นกอง เขียนลบ เขียนลบ (ประหยัดกระดาษ ช่วยโลกร้อน ไปในตัว) เขียนลบ เขี-ยย-นน--น ไม่ติดแระ เอ่าล่ะไม่ว่ากัน มันก็รู้ๆอยู่ว่า คุณภาพของแถมมันแค่ไหน ..
เราก็ไปซื้ออันใหม่มา เลือกเอายี่ห้อดีๆ ไปเลย "ตราม้า" ใช้ได้สองข้างหัวใหญ่ หัวเล็ก เอามาสองด้าม เลยน้อง แดง น้ำเงินใช้ได้นานแน่นอน ตราม้าการันตีอยู่
ใช้ได้สักสองวัน หน้ากระดานเริ่มเต็ม ไม่มีที่ให้เขียนแล้ว อ่ะลบอันเก่าที่ไม่จำเป็นออก
ตายห่า !!!! ลบไม่ออก เอามือถูๆ ก็ไม่ออกเป็นไรว๊ะเนี่ย.....

ตรู๊ดดดด.....ตรู๊ดดดดด.... ว่าไงอ๊อดโต้
เออ ..พี่หมอโจ้ ..ผมเอาปากกาเคมีเขียนไวท์บอร์ดแล้วลบไม่ออกอ่ะ...
555..ไอ้โง่มรึงเอาเคมีไปเขียน อ่ะดิ เค้ามีปากกาไวท์บอร์ดโดยเฉพาะอยู่ ...
เอ่อ...ทำไงดีครับ....
แอลกอฮอล์ ดิ ...แบบล้างแผลก็ได้..
ขอบคุณครับ.......

ตร๊ดดดดด........คร้าบบบ..เพ่..
เฮ้ยวิน ดีเซล..พี่ถามหน่อย เอาเคมีเขียนไวท์บอร์ดเอาไรลบได้ว๊ะ..
อืมม..ลองเบนซิน..ดูสิเพ่...
โอเช...แต๊งหลาย......

เอาไงดีว๊ะ ไม่น่าใว้วางใจ ขอความมั่นใจอีกสักคน สำรองไว้ดีกว่า
ตร๊ดดดดดด....ดีจ้า.....(เสียงหวาน)
เอ่อ..น้องเบลจ๊ะ...พี่รบกานถามอ่ะไรหน่อยได้ป่ะ...
ได้...แต่อย่าถามว่ามีแฟนรึยังน้า....(เสียงกระแดะนิดๆ..)
พอดีพี่เอาปากกาเคมีไปเขียนไวท์บอร์ดแล้วมันลบไม่ออกอ่ะจ่ะ...
พี่บ้ารึปล่าว..(อยากด่า ไอ่โง่เหมือนกันแต่ไม่กล้า..)ต้องเอาปากกาไวท์บอร์ดเขียนสิ...(กรูรู้แล้วกรูอยากรู้วิธีลบ)
พอดีเด็กมันเขียนน่ะ (โยนขี้ให้คนอื่นด่วน เด๋วเสียฟอร์ม)แล้วลบไง เบลรู้ปล่าวจ๊ะ...
น้ำยาล้างเล็บไงพี่....
ขอบใจมากจ้า........

เอาล่ะว๊ะ สามคนสามสไตล์ จัดการหาอุปกรณ์
1.แอลกอฮอล์ ล้างแผลในตู้ยา
2.น้ำมันเบนซิน ดูดเอาจากรถมอไซด์
3.น้ำยาล้างเล็บ ขโมยของแม่มา

ทดลองเลย
....โอ้..พระเจ้าจอร์ทมันยอดมาก ใช้ได้ดีทั้งสามอย่างเลย....
แต่เอ๊ะ เวลาเราลบ น้ำมันเบนซินโดนมือรู้สึกเย็นๆ แอลกอฮอล์ก็เย็นๆ น้ำยาล้างเล็บ ก็เย็นๆ....ใช่แล้ว......
อะไรที่โดนมือแล้วเย็นๆ นั่นแหละต้องลบออก.....
ด้วยมันสมองระดับ อัจริยะภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่ยอมน้อยหน้าใคร เราต้องมีวิธีของเราเอง จะได้คุยได้...
คิดได้ก็เดินไปหยิบสิ่งนั้นมา.....
แน่นอนมันไม่ใช่น้ำแข็ง......

หลังจากนั้นไม่กี่วัน..คนบ้าก็มารวมตัวกัน...คุยกันสัพเพ เหระ บลา..บลา..บลาๆๆๆ...จนกระทั่ง...
เออ..เฮ้ย...แล้ววันก่อนมรึงเอาอะไรลบว๊ะ...งี่เง่าว่ะ..555 (พี่หมอโจ้สอย...)
เออ..พี่ แล้วลบได้ปล่าว...(น้องเบลเสริม...)
เฮ๊อะ..เรื่องแค่นี้ ยังไม่รู้.....(ไอ่วินดีเซลเสือก...)
ลบได้แล้ว...แต่ไม่ใช้วิธีพื้นๆของพี่หมอโจ้ น้องเบล และไอ้เหี้-ย วินดีเซล หรอก
ผมลบด้วย ยาหม่อง ตราถ้วยทอง...(กอดอก ยืดเล็กน้อย...)
ห๊า....มันลบได้รึ...(ทำท่าประหลาดพร้อมกัน..)
ได้สิสบายมากก....
โห....คิดได้ไงเนี่ย...เยี่ยมจริงๆ..
ไม่ต้องชม..ไม่ต้องชม...(กระหยิ่ม ยิ้มย่อง..)เรื่องแค่นี้จิ๊บ..จิ๊บ...
........................................................

หมายเหตุ
มันไม่รู้หรอกว่า ยาหม่องลบได้จริง แต่อย่าทาแล้วใช้แปลงลบเด็ดขาด เพราะหมึกจะรวมตัวกับคราบมันๆติดอยู่ที่แปลง แล้วเวลาจะลบอีกทีมันก็จะไป เลอะเปลื้อนที่อื่นต่อ (อันทดลองทิ้งไปแล้ว)วิธีของผมก็คือ หาผ้าขี้ริ้วมา เอายาหม่องทาตรงที่ แตนต่อย..เฮ้ย...ไม่ใช่ ทาตรงที่ลบไม่ออกนั่นแหละ..แล้วใช้ผ้าเช็ดเอา พอสะอาดเรียบร้อย ก็เอา ซัลไลต์หรือแฟ๊บ มาล้างคราบมันออกให้หมด เช็ดให้แห้ง ใช้ได้ตามปกติ

อธิบายศัพท์
พี่หมอโจ้ = หมอหมา (สัตวแพทย์)
อ๊อดโต้ = สารพัดช่าง
วินดีเซล = ช่างยนต์
น้องเบล = นักศึกษา
ยาหม่องตราถ้วยทอง = สรรพคุณหลัก ใช้ลบปากกาเคมีออกจากกระดานไวท์บอร์ด สรรพคุณรอง ใช้ทา บรรเทาอาการวิงเวียน ศีรษะ เป็นหวัด คัดจมูก ใช้ถูนวดบรรเทาอาการ เคล็ด ขัดยอก ฟกช้ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ อาการเนื่องจากแมลงกัดต่อย
แตน = แมลงคล้ายต่อ + ผึ้ง ต่อยเจ็บมากกกก...
ซัลไลต์ = น้ำยาล้างจาน
แฟ๊บ = ผงซักฟอก

แล้วเจอกันครับ



วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

จุดประสงค์การทำบล็อก

สวัสดีครับ

เริ่มแรกก็ขอแจ้งจุดประสงค์ในการทำบล็อกนี้ขึ้นมาก่อนน๊ะครับ

บล็อกนี้ถูกสร้างขึ้นสำหรับเก็บเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ ในการดูแล ซ่อม บำรุงรักษา ของใช้ในบ้าน ด้วยตนเอง รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้าน นอกบ้าน ภายในเขตรั้วบ้านเรานี่แหละ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกิดคล้ายๆกันเกือบทุกบ้าน เช่น หนูบ้า หมาติ๊งต๊อง แมงสาบปัญญาอ่อน พัดลมใม่หมุน ท่อตัน ส้วมเต็ม ไฟไม่ติด โอ้ยยย ฯลฯ สารพัดที่มันจะเกิด จะเรียกช่างทุกครั้งก็เสียเงินโดยใช่เหตุ ในเมื่อบางอย่างตูทำเองก็ได้นี่หว่า

อันนี้ผมเคยเจอ จะเล่าให้ฟัง....

...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.... รถแมงกะไซดเก๊าเก่าที่บ้าน สต๊าทไม่ติด (กำลังจะออกไปนอกบ้าน ยังถือว่าเป็นปัญหาภายในบ้าน) เปิดดูน้ำมัน ก็มีอยู่ ลองสต๊าทดู จนเหนื่อย ดื่มลิโพไป 2 ขวด หมดแรงลิโพเลยตามช่างมา เพราะเขาห้ามกินเกินวันละ 2 ขวด ถ้าไม่ห้ามคงกินลิโพ สต๊าทรถไปเรื่อยๆจนมันติด ช่างถามอาการเรียบร้อย เดินไปฉีกกระดาษทรายแผ่นเล็กๆ มาอันนึง มาถึงไขบล๊อกหัวเทียน แกล๊กๆๆๆ... เอาออกมาขัดด้วยกระดาษทราย เป่าปู๊ดดด..ใส่ไว้เหมือนเดิม สต๊าท.. แว๊น แว้น ๆ.....

อ่ะติดแระ..ทีหลังเวลาสต๊าทไม่ต้องบิดคันเร่งน๊ะ..เดี๋ยวน้ำมันท่วม....70 บาทครับ..

ห๊ะ..เอ่อออ .. นี่ครับ ..ขอบคุณมากครับพี่....

แล้วเค้าก็จากเราไปแบบงงๆ

มาลองคิดดูเริ่มเสียดายตังค์ วันนึงเลยไปถามราคาหัวเทียนที่ร้านอะไหล่

เฮีย..หัวเทียนรถรุ่นนี้อันเท่าไหร่ครับ...

50 บาท.... เฮียตอบ..

ขอบคุณครับเดี๋ยววันหลังมาเปลี่ยนครับ...

กลับมาคิดดูที่บ้าน โอ้โห..อาไรว๊ามาแป๊ปเดียว บล๊อกหัวเทียนก็ของตู(แถมมากะรถ) หัวเทียนก็ของตู(ช่างไม่ได้เอามาเปลี่ยนให้ใหม่) มันเอากระดาษทรายแผ่นเล็กๆ กับ สมองมันมา เอาตูไป 70 บาท (แพงกว่าซื้อหัวเทียนใหม่อีก) อ่ะ...เอาเป็นว่าไม่ว่ากันเพราะเราไม่รู้เองนี่หว่าโทษใครไม่ได้...หลังจากนั้นถ้าเกิดอาการเดิมขึ้นอีกผมไม่เคยเรียกช่างอีกเลย....กรูทำเองเป็นแล้วโว้ยยย..(ซื้อกระดาษทรายใว้ใต้เบาะแผ่นนึง)ไม่ง้อช่างมันแระ..โว้ย.....

เห็นไหมครับความไม่รู้นี่แหละเป็นตัวที่ทำให้เราเสียเงินโดยที่ไม่จำเป็น....

ไอ่เงิน 70 บาทแลกกะความรู้นี้ผมไม่เสียดายแระ...แต่ไอ่ลิโพ 2 ขวดนี่สิ...

แม่-งงง...นอนไม่หลับเลยตู.....

หลายวันผ่านไป....

พี่คร้าบบ..พี่คร้าบ....รถสต๊าทไม่ติดอีกแล้วคร้าบบ...

น้ำมันท่วมอีกรึปล่าว... หัวเทียนบอดรึปล่าว..ลองปัดกระดาษทรายยัง...

ปัดแล้วก็ไม่ติดคร้าบบ....เปลี่ยนหัวเทียนแล้วก็ไม่ติดคร้าบบบ...

อืมม...ท่าจะอาการหนัก...อาจจะเป็นที่ระบบไฟ..จอดไว้นี่แหละ..ปะยางเสร็จเดี๋ยวพี่ดูให้....

คร้าบ...ขอบคุณคร้าบบ..(อะไรกันนัก..กันหนาโว้ย....เสียตังค์อีกแระตู....เฮ้อออ..)

........


หมายเหตุ

บทความ เทคนิค วิธีการต่างๆในที่นี้ เป็นประสบการณ์ตรงที่ผม และ ผองเพื่อนได้เจอ ได้ทำ มาแล้ว และบางบทความอาจจะยังไม่เคยเจอ เพียงแต่เห็นว่า อาจจะมีประโยชน์ต่อบ้านอื่นๆ(ไม่ใช่บ้านน้อยน๊ะ) ไม่มากก็น้อย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็น หรือเสนอแนะ วิธีการ เทคนิคอื่นๆที่ท่านได้เคยทดลอง แล้วว่าได้ผลดี ได้เลย หรือแนะนำปัญหาอื่นที่เกิดขึ้น ที่คิดว่าแก้ได้ แต่ยังแก้ไม่ตก มาคุยกัน เผื่อได้ไอเดียดีๆจากท่านอื่นๆครับ เพื่อเป็นประโยชน์แก่บ้านอื่นๆต่อไป

แล้วเจอกันครับ